เตรียมตัว
ขั้นแรก ถ้ามั่นใจแน่แล้วว่าเป็นตายร้ายดีก็จะไปดูให้ได้ ก็รีบหาจับจองบัตรเป็นของตัวเองจะดีที่สุด เพราะถ้ามัวชักช้าโอ้เอ้ บัตรของศิลปินสุดที่รักอาจจะขายหมดแล้วก็ได้ (เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเต็มแฮะ แต่ตอนไปดูมวยปล้ำ WWE เห็นเต็มทุกที่ฟร่ะ) แต่ถ้าคิดว่าไปก็ได้ไม่ไปก็ได้ ก็อาจจะรอบัตรฟรี หรือบัตรแจกอะไรเทือกนั้น หรืออาจจะเป็นบัตรโคตรจะลดราคา (แบบ 100 rock festival คราวนี้) ผู้ที่ซื้อบัตรราคาเต็มไปแล้ว ถ้ามีพลังเหลือก่อนไปดู ให้โทรไปเม้งกับบริษัทผู้จัดงาน อาจจะได้สิทธิพิเศษ ในฐานะคนพิเศษ (ที่จ่ายราคาเต็ม)
คอนเสิร์ตเมืองไทย มักจะแบ่งตามชนชั้น วรรณะ (กำลังเงิน) ถ้าศิลปินมันส์ ๆ ก็ต้องบัตรหน้าสุด บัตรยืน อย่าเผลอไปซื้อบัตรนั่งเชียว คุณจะได้นั่งตบมือกับเพลงร็อก (เพราะคนทั้งอัฒจันทร์เค้านั่งเป็นเพื่อนคุณ) ฉะนั้น เตรียมเก็บเงินค่าขนมส่วนนึงเป็นค่าดูคอนเสิร์ต ซื้อบัตรแพง ๆ ไปเลย ท่องไว้ ว่าคุณจะได้ดูพวกเค้าครั้งเดียวในชีวิตที่เมืองไทย (ยกเว้น Oasis มาได้ไงวะ สองรอบ)
เมื่อได้บัตรมาครอบครองแล้ว สิ่งที่ควรทำขั้นต่อไปเพื่อให้การดูคอนเสิร์ตมีอรรถรสคือ รีบร้องเพลงฮิตให้ได้ ! อะ มันสำคัญมากนะคุณ การที่คุณได้แหกปากร้องเพลงไปพร้อม ๆ กับนักร้องระดับโลก สุดยอด ถ้านึกไม่ออกว่าจะร้องเพลงอะไร ถ้าเป็นศิลปินที่ออกมาชุดเดียวก็ร้องมันไปทั้งอัลบั้ม แต่ถ้าศิลปินเก่า ๆ แก่ ๆ ก็เอาเป็นว่าเพลงซิงเกิ้ล (แฟนเพลงน่าจะเก็งกันถูก) หรือไม่ก็เก็งจากลิสต์เพลงที่ไปเล่นที่ประเทศอื่น ๆ โดยรวมแล้วก็คล้าย ๆ กันแหละ อาจจะมีเปลี่ยนนิดหน่อยตามแต่อารมณ์ศิลปิน
ก่อนวันแสดง
ถ้าคุณไม่ได้อึดเป็นวัวเป็นควายล่ะก็ ก่อนวันแสดงซักหนึ่งวันก็ควรจะพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เชื่อเหอะ ว่าเป็นคนดูก็ต้องใช้พลังงานไม่แพ้ศิลปินเหมือนกันแหละ เตรียมตัวเต้นให้เต็มที่ อย่าลืมเตรียมชุดดูคอนเสิร์ตไว้ด้วยล่ะ (ถ้าไปดู 50 Cents แล้วใส่กางเกงขาเดฟ เสื้อสูทเก่า ๆ ทาตาดำ ๆ หวีผมปัดเนี้ยบ ๆ อาจถูกเนรเทศออกจากบริเวณงานได้)
ศึกษาเส้นทางสถานที่แสดงให้ดี (เช่น เมืองทองธานีมันใหญ่มาก อาจจะเสียเวลาหาเป็นครึ่งชั่วโมง)
วันแสดง
ถ้าต้องการยึดพื้นที่หน้าสุด ติดรั้วขอบเวที ได้สัมผัสกลิ่นเหงื่อของศิลปินแล้วล่ะก็ ควรมาก่อนเวลาประตูเปิด 2 ชั่วโมง พวกเราคนไทย มีมารยา เอ๊ย มารยาท ไม่ใช่ไอ่พวกต่างชาติที่ชอบมาแทรกแซงพื้นที่ เบียดกันหน้าด้าน ๆ (โฉด ๆ ใคร ๆ ก็อยากอยู่ข้างหน้าทั้งนั้นแหละ) ดังนั้น ให้รีบมา แล้วก็ไปต่อแถวที่ประตูทางเข้าไว้เลย เข้าไปให้เกาะพื้นที่รั้วให้แน่นที่สุด มีน้ำใจแบ่งที่ให้ครึ่งตัวเท่านั้น มิฉะนั้นคุณจะไหลออกจากทำเลทองโดยไม่รู้ตัว
รำลึกไว้ว่า คอนเสิร์ต ไม่อนุญาต ให้นำอาหารและเครื่องดื่มเข้างาน รวมถึงกล้องถ่ายรูป อย่าคิดว่าเห็นคนอื่นเอาเข้าไปได้แล้วคุณจะรอด คิดไว้ว่าเราอาจจะไม่ดวงดีเหมือนชาวบ้านเค้า ถ้าเอากล้องมาแล้วต้องเอาไปฝาก เสี่ยงต่อการสูญหาย 50/50
ถ้าคุณถือกระป๋องเบียร์ เพื่อหวังว่าจะเอาเข้าไปดื่มในคอนเสิร์ตแต่พบว่าเจ้าหน้าที่ไม่ให้เอาเข้าไป อย่าเสียเวลาต่อล้อต่อเถียง ทิ้งเบียร์ไป เบียร์คุณหากินใหม่ได้ แต่คอนเสิร์ตเสียแล้วเสียเลยนะจ๊ะ
การเบียดกัน เหยียบเท้ากัน กระแทกกัน ในงานคอนเสิร์ตไม่ใช่เรื่องแปลก อย่ามองหน้าหาเรื่อง เราไม่ใช่ลูกเหลิม พยายามหามิตร (เราคนไทยนี่เนาะ) แต่ถ้าเป็นคอนเสิร์ตสุนทราภรณ์แล้วเกิดเหตุการณ์แบบนี้ให้พิจารณาโดยใช้วิจารณญาณ (ฮ่า ๆ)
ถ้าไม่อยากเข้าไปดูวงเปิดให้เข้าช้ากว่าเวลาประตูเปิดซัก 1 ชั่วโมง จะได้ไม่ต้องเห็นภาพคนดูกดดันวงเปิด (local band) เอาเหอะ นี่เป็นบันไดก้าวสู่ความสำเร็จ ก่อนจะมีชื่อเสียงต้องทนสายตากดดันขับไล่ได้ (แต่ถ้าเป็นประเทศนอก oops ! ต่างประเทศ คนดูจะแย่งกันเข้าเพื่อจะดูวงเปิดด้วย เพราะวงเปิดก็วงดัง ๆ นี่เอง แบบว่านับถือกัน ออกทัวร์ด้วยกัน ไม่ได้ถือว่ามีวรรณะต่างกันแต่อย่างใด (นับว่าเป็นเกียรติด้วยซ้ำ) คนดูก็กำไรสองต่อ ... หวานน
ทุกความมันส์ต้องมีขอบเขต ไอ่แบบว่าอารมณ์ขึ้น เครื่องร้อนแล้วโยนของขึ้นไปบนเวทีนี่ขอเถิด มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าประทับใจแน่ ๆ ฉะนั้นควบคุมสติตัวเองให้ดีด้วย (ใครที่รู้ตัวว่าหลุดบ่อย)
เล่น body surf ให้มีสติด้วย ถ้าคุณเป็นคนที่เพื่อน ๆ ไม่รัก สังคมรังเกียจ เท้าเหม็น อย่าเล่น เพราะอาจจะไม่มีคนรับต่อ หัวโหม่งโลกเอาง่าย ๆ (ตัวอย่างจากงาน 100 rock เห็นฝรั่งตกมาหัวแตก 1 ราย ฮ่า ๆๆ)
ระหว่างการแสดง ถ้าคุณยืนอยู่บริเวณริมรั้ว แล้วมีเจ้าหน้าที่ให้น้ำหรือแอมโมเนีย รับมา แม้ว่าคุณไม่ต้องการ ส่งต่อให้คนข้างหลัง ต้องมีซักคนแหละที่เอา !!! (อ้อ น้ำดื่มที่ให้เป็นน้ำประปานะจ๊ะ ทนกลิ่นคลอรีนนิดนึง คงไม่มีใครเปิดน้ำแร่ออร่าให้แน่ ๆ อิอิ)
คอนเสิร์ตจบแล้ว อย่าเพิ่งรีบออก อย่าทำตัวเหมือนคนในโรงหนังที่ไม่ดูเครดิตหนังตอนท้าย เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องยืนอังกอร์ (ซะงั้น) ช่วยกันตะโกนเข้าไป ส่วนมากก็จะมีอังกอร์ (หลายศิลปินไม่ยอมเล่นเพลงเด่น ๆ แต่มาเล่นในอังกอร์ซะงั้น - - - นั่นแน่ แสดงว่ามีการวางแผนมาก่อน) บางวงก็เล่น 2-3 รอบ ยืนให้นานที่สุด จนกว่าไฟจะเปิด สต๊าฟจะเข็นเครื่องดนตรีไปนั่นแหละ ค่อยทยอยออก
หลังจบคอนเสิร์ต
เก็บความรู้สึกดี ๆ จากงานคอนเสิร์ตไปโม้ให้คนที่ไม่ได้ไปฟัง (ฮ่า ๆๆๆ) หรือจะเอาเขียนบล็อกหากินแบบนี้ก็ได้
สุดท้าย อย่าลืมอุดหนุนผลงานเพลงของศิลปิน การที่เค้าจะมาได้ก็ต้องอาศัยยอดขายจากที่นั้น ๆ เป็นหลัก ยอดการดาวโหลด mp3 ทำให้เชื่อได้ว่าศิลปินนั้นดังจริง แต่ไม่ได้เป็นตัวกระตุ้นการที่จะมาของศิลปิน
+++
100 rock festival 2006
ประทับใจ ที่ได้เจอตัวเป็น ๆ ของ Ian Brownตำนานที่ยังมีชีวิต history of the late 80s ป๋าออกมาจากเวทีแบบไมมีปี่มีขลุ่ย ดนตรีที่เค้าเปิดคั่นเวลายังไม่ทันจบ ดันมาชวนคนดูเต้นซะงั้น ทำตัวให้สมเป็นศิลปินใหญ่หน่อยเจ้ะ
Franz Ferdinand เล่นมันส์โคด ๆ โดดจนเกือบเสียชีวิต
Oasis แกกลับมาทำม๊ายยย ใครเค้าอยากดูกัน (อ้าว น้อง bosie แอบเคือง) แต่โชว์คราวนี้คิดว่าผ่อนคลายกว่าครั้งแรก ยังไงก็ขอบคุณที่กลับมา คงไม่ต้องเห็นพวกแกเป็นครั้งที่ 3 เอ๊ย อยากเห็นอีกจ้า ^^ มาอีกนะ จู๊บ ๆ
Maximo Park วงอะไรไม่รู้จัก แต่ว่าเล่นสดโคดมันส์ เริ่มเป็นแฟนแล้วนะ ชอบท่ากระโดดกางขา 180 องศา จริง ๆ โย่ว
Snow Patrol ขอบคุณที่พยายามยัดเยียดซิงเกิ้ลใหม่ ๆ ให้พวกเรา (ฮ่า ๆ) ตลอดโชว์ของคุณพยายามขายเพลงใหม่ ๆ ตลอด ไม่ต้องห่วงจ้า mp3 กันให้กระจุย เอิ๊กกกก
Placebo ที่ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมาแสดงที่นี่ (ประเทศไทยเป็นโชว์เดียวในรอบสองเดือนในตารางทัวร์ของ Placebo) ขอบคุณที่พยายามพูดภาษาไทย และปล่อยมุขให้ผ่อนคลายบ้าง เจ๋งโคด กับท่าจับมือโค้งขอบคุณคนดูตอนจบ ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมาจาก Placebo ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้ง Eye Shadow เจ๊ยังสวยเหมือนเดิมจ้ะ
ขออภัย dEUS กับ The Future Heads ที่ไม่ได้ดูจ้ะ
ขอบคุณ sicky สำหรับไฟแช็กช่วยชีวิต ^^

